แบบทดสอบ Rice Purity คืออะไร แล้วเล่นได้ตั้งแต่อายุเท่าไหร่
เป็นเช็กลิสต์ 100 ข้อที่ไล่จากเรื่องไร้เดียงสาไปถึงเรื่องที่ควรเป็นผู้ใหญ่แล้วเท่านั้น คะแนนที่ได้ไม่ใช่การตัดสินว่าดีหรือเลว เป็นแค่ตัวเลขที่สะท้อนว่าเธอผ่านอะไรมาแล้วบ้าง คนที่ได้ 95 ไม่ได้ดีกว่าคนที่ได้ 40 แค่เจอประสบการณ์มาไม่เท่ากัน
ข้อหลังๆ พูดถึงเซ็กส์ แอลกอฮอล์ และการแหกกฎตรงๆ จึงเหมาะกับคนที่โตพอจะคุยเรื่องพวกนี้ได้อย่างสบายใจ คือตั้งแต่วัยมหาวิทยาลัยขึ้นไป นักเรียนมัธยมที่อยากลองควรรู้ว่าตอนท้ายมีเนื้อหาผู้ใหญ่ และข้ามได้ถ้าไม่สบายใจ

ติ๊กยังไงถึงจะได้คะแนนที่ตรงกับตัวเอง
อ่านทีละข้อแล้วติ๊กเฉพาะสิ่งที่เคยทำจริง ไม่ว่าจะทำครั้งเดียวหรือทำประจำก็นับเป็นหนึ่งเหมือนกัน ข้อที่กำกวม เช่น เคยจับมือแบบโรแมนติก ให้ยึดความรู้สึกตอนนั้นว่ามันใช่หรือไม่ใช่ ไม่ต้องเถียงกับตัวเองนาน
ตอนจบระบบเอา 100 ลบด้วยจำนวนข้อที่ติ๊ก แล้วจับเข้าระดับ 98 ถึง 100 บริสุทธิ์ดั่งหิมะ 94 ถึง 97 เกือบไร้เดียงสา 77 ถึง 93 ปกติดี 45 ถึง 76 ผ่านมาเยอะ 9 ถึง 44 เด็กแสบ และ 0 ถึง 8 ตำนานตัวจริง ติ๊กผิดกดยกเลิกได้ก่อนส่ง
ตัวอย่างข้อในแบบทดสอบ Rice Purity มีอะไรบ้าง
ข้อแรกๆ เบามาก แล้วค่อยหนักขึ้นเรื่อยๆ ตัวอย่างจากช่วงต่างๆ ของลิสต์
- เคยไปเดตครั้งแรก แล้วเลือกร้านที่ไม่กล้าบอกเพื่อนว่าไป
- เคยโดดเรียนไปนั่งเล่นที่สยามทั้งวัน
- เคยดื่มเหล้าก่อนอายุครบเกณฑ์ ในงานปาร์ตี้ปีใหม่ของเพื่อน
- เคยแอบเข้าหอพักหลังเวลาปิดประตู
- เคยนอนค้างบ้านแฟนแล้วบอกที่บ้านว่าไปติวหนังสือ
คะแนนเท่าไหร่ถือว่าปกติ
คนส่วนใหญ่ตกอยู่ช่วง 60 ถึง 90 นักศึกษาปีหนึ่งมักเริ่มที่ 80 กว่าๆ แล้วลดลงปีละหลายคะแนน คนทำงานอายุ 25 ขึ้นไปมักอยู่แถว 50 ถึง 70 คะแนนต่ำกว่า 30 เจอน้อยแต่มีจริง และเจ้าตัวมักภูมิใจ ไม่มีตัวเลขไหนที่ควรกังวล เพราะมันแค่บอกว่าเธอใช้ชีวิตมาแบบไหน
ทำไมเด็กมหาลัยไทยถึงเล่น Rice Purity กันทุกปี
เพราะมันคือเกมรับน้องที่ไม่ต้องให้ใครอาย ค่ายรับน้องกับวันแรกของการอยู่หอมักมีคนเปิดแบบทดสอบนี้ แล้วให้ทุกคนทำเงียบๆ ในมือถือตัวเอง เสร็จแล้วบอกแค่ตัวเลข คนที่ได้ 97 กับคนที่ได้ 35 จะกลายเป็นเพื่อนกันทันทีจากการที่ฝ่ายหนึ่งอยากฟังเรื่องของอีกฝ่าย
อีกธรรมเนียมคือทำซ้ำทุกปีการศึกษา เก็บตัวเลขไว้แล้วเปิดดูตอนรับปริญญาว่าสี่ปีที่ผ่านมาหายไปกี่คะแนน กลุ่มเพื่อนสมัยมัธยมที่เจอกันช่วงสงกรานต์ก็ชอบเอามาเล่นเพื่อดูว่าใครเปลี่ยนไปมากที่สุดตั้งแต่เรียนจบ ถ้าอยากได้อะไรเบาๆ กว่านี้ ลองเกมฉันไม่เคยที่เล่นเป็นวงแทน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแบบทดสอบ Rice Purity
ทำไมถึงชื่อ Rice Purity
Rice คือชื่อมหาวิทยาลัยในเมืองฮิวสตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่คิดแบบทดสอบนี้ขึ้นมาตั้งแต่ปี 1924 เพื่อให้นักศึกษาใหม่รู้จักกันผ่านประสบการณ์ที่เคยผ่าน ไม่เกี่ยวกับข้าวสักนิด แต่ชื่อนี้ติดปากไปทั่วโลกจนไม่มีใครเปลี่ยน
คำตอบจะถูกเก็บหรือส่งไปที่ไหนไหม
ไม่ถูกเก็บ การคำนวณเกิดในมือถือของเธอ พอปิดหน้าเว็บคำตอบก็หายไป ลิงก์ที่แชร์จะมีแค่ระดับผลลัพธ์กับคะแนนรวม ไม่มีรายการว่าเธอติ๊กข้อไหน เพื่อนจึงรู้แค่ตัวเลข ส่วนรายละเอียดเธอเลือกเล่าเองได้
คะแนนต่ำแปลว่าแย่ไหม
ไม่ ตัวเลขต่ำแปลว่าเธอผ่านประสบการณ์มาหลากหลาย ซึ่งรวมทั้งเรื่องสนุกและเรื่องที่ไม่ควรทำซ้ำ ชื่อระดับอย่างตำนานตัวจริงหรือเด็กแสบตั้งใจให้ขำ ไม่ได้ตั้งใจให้รู้สึกผิด ใครจะมองว่าคะแนนไหนดีกว่าก็เป็นความเห็นส่วนตัวของเขา
ข้อที่ไม่แน่ใจว่านับไหม ควรติ๊กหรือเปล่า
กฎที่คนเล่นใช้กันคือ ถ้าต้องคิดนานว่านับไหม ส่วนใหญ่แปลว่านับ แต่สุดท้ายเธอตัดสินเอง เพราะไม่มีคณะกรรมการมาตรวจ คะแนนต่างกันหนึ่งหรือสองแต้มไม่เปลี่ยนระดับอยู่แล้ว
ฉบับภาษาไทยต่างจากต้นฉบับยังไง
จำนวนข้อและลำดับเบาไปหนักเหมือนเดิม แต่คำอธิบายบางข้อปรับให้เข้ากับชีวิตที่นี่ เช่น เรื่องหอพัก งานปาร์ตี้ และกฎที่คนไทยเจอจริง จึงไม่ต้องตีความประโยคที่แปลมาแข็งๆ
เล่นคนเดียวหรือเล่นกับเพื่อนดีกว่า
ติ๊กคนเดียวในมือถือตัวเองแล้วค่อยเอาตัวเลขมาเทียบกันดีที่สุด เพราะถ้านั่งติ๊กให้เพื่อนเห็นจะมีคนโกหกเพื่อให้ตัวเลขดูดี หรือติ๊กเกินเพื่อให้ดูเท่ ตัวเลขที่ได้ตอนอยู่คนเดียวถึงจะเป็นของจริง
เล่นได้กี่ครั้ง
กี่ครั้งก็ได้ ไม่มีการล็อก คนจำนวนมากทำปีละครั้งแล้วจดคะแนนไว้ในโน้ตมือถือ เพื่อดูว่าชีวิตช่วงไหนทำคะแนนหายเยอะที่สุด ซึ่งมักจะเป็นปีแรกที่ย้ายออกจากบ้าน
ลองเล่นแบบทดสอบอื่นๆ ของเรา
- เกมฉันไม่เคย90 ประโยค 3 ระดับ ไม่มีปรานี แตะเคยหรือไม่เคย แล้วดูยอดของเธอเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
- เกมจริงหรือกล้า120 คำถามจริงและคำท้าใน 3 ระดับ ตั้งแต่สายเพื่อนไปจนถึงสายแซ่บ เลือกระดับแล้วส่งมือถือวนไปรอบวง
- เกมจะเลือกอะไร84 ตัวเลือกสุดโหด ตั้งแต่คลาสสิกไปจนถึงแหวะและน่าอาย แตะคำตอบของเธอ แล้วดูว่ากี่เปอร์เซ็นต์เห็นตรงกับเธอ
- เกมหมุนขวดไม่มีขวด? ไม่เป็นไร ใส่ชื่อเพื่อน หมุน แล้วให้ขวดเลือกว่าใครต้องตอบคำถามจริงหรือทำคำท้า